ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป สหภาพยุโรป (EU) จะยกเลิกเกณฑ์การยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 150 ยูโร ส่งผลให้การส่งสินค้าแบบ B2C ทุกชิ้นต้องเสียภาษีนำเข้าทันที โดยจะมีการนำระบบอัตราภาษีคงที่ (Flat-rate duty) มาใช้ชั่วคราวจนกว่าระบบฐานข้อมูลศุลกากรกลางจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2028 ขณะเดียวกันบางประเทศอย่างฝรั่งเศสและอิตาลีได้เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมการดำเนินงานเพิ่มเติม ซึ่งสร้างความซับซ้อนในการคำนวณต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการมากขึ้น ส่วนทางด้านสหราชอาณาจักร (UK) มีแผนจะยกเลิกเกณฑ์ภาษี 135 ปอนด์เช่นกันแต่มีกำหนดการที่ผ่อนปรนกว่าภายในเดือนมีนาคม 2029 เพื่อให้แบรนด์ต่างๆ มีเวลาปรับตัวด้านระบบลอจิสติกส์และเทคโนโลยีรองรับการตรวจสอบภาษีเต็มรูปแบบในอนาคตครับ
กฎ De Minimis คือช่องโหว่ทางภาษีที่ทำให้อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเติบโตอย่างมากในทศวรรษที่ผ่านมา แต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ช่องโหว่นี้จะปิดลงอย่างเป็นทางการ
De Minimis ในภาษาลาตินแปลว่า "เรื่องเล็กน้อย" โดยในทางศุลกากรหมายถึงเกณฑ์มูลค่าที่ต่ำกว่านั้น สินค้าจะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า EU ใช้เกณฑ์ที่ €150 มาหลายปีทำให้สินค้าราคาถูกจากแพลตฟอร์มอย่าง Shein, Temu, AliExpress ส่งตรงถึงผู้บริโภคยุโรปโดยแทบไม่มีต้นทุนภาษีเพิ่มเติม
เหตุผลที่ EU ตัดสินใจยกเลิก มี 3 ประการหลัก:
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดเร็วกว่าแผนเดิมถึง 2 ปี — เดิมกำหนดไว้ปี 2571 แต่ EU Trade Commissioner Maroš Šefčovič ระบุว่าตารางเวลาเดิม "ไม่สอดคล้องกับความเร่งด่วนของสถานการณ์" สภายุโรปลงมติอย่างเป็นทางการเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2568
ตารางการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมีดังนี้:

ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นต่อออเดอร์ขึ้นอยู่กับจำนวน HS Code ในออเดอร์นั้น
ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าสั่งซื้อสินค้า 3 รายการจากร้านเดียวกัน ถ้าสินค้าทั้ง 3 ชิ้นมี HS Code ต่างกัน ค่าธรรมเนียมจะถูกคิด 3 เท่า:

นอกจากนี้ บางประเทศยังเพิ่มค่าธรรมเนียมระดับชาติเพิ่มเติม — ฝรั่งเศสเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมพัสดุตั้งแต่มีนาคม 2569 แล้ว ส่งผลให้การแจ้งพิธีการศุลกากรที่สนามบิน Charles de Gaulle ลดลงถึง 92% และเที่ยวบินขนส่งสินค้าหายไปกว่า 50 เที่ยว ในสัปดาห์แรก — นี่คือตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่าผลกระทบนั้นรุนแรงแค่ไหน
แพลตฟอร์มจีนอย่าง Shein และ Temu คือเป้าหมายหลัก แต่ผลกระทบลามไปถึงผู้เล่นทุกระดับในห่วงโซ่อุปทาน
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดแบ่งเป็น:
ผู้ที่ได้ประโยชน์ คือแบรนด์ยุโรปที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศ เพราะคู่แข่งต่างชาติเสียเปรียบด้านราคาลดลง
ปรับกลยุทธ์ตอนนี้ดีกว่าตั้งรับทีหลัง — มี 4 แนวทางหลักที่ผู้ขายข้ามพรมแดนควรพิจารณา
แนวทางที่ 1: ย้ายสต็อกเข้า EU ล่วงหน้า (In-Country Fulfillment) เมื่อสินค้าอยู่ในโกดัง EU แล้ว การส่งให้ลูกค้าในยุโรปจะไม่ถูกนับว่าเป็น "การนำเข้า" อีกต่อไป ประหยัดได้ทั้งค่าธรรมเนียมและเวลาการจัดส่ง
แนวทางที่ 2: ปรับ Pricing Strategy ล่วงหน้า คำนวณ Total Landed Cost ใหม่ รวมค่าธรรมเนียม €5 ต่อ HS Code เข้าไปในราคาตั้งต้น เพื่อไม่ให้ลูกค้าตกใจเมื่อถึงหน้า Checkout
แนวทางที่ 3: ลดจำนวน HS Code ต่อออเดอร์ ออกแบบ Product Bundle ให้ใช้ HS Code เดียวกัน หรือจำกัดความหลากหลายของสินค้าในออเดอร์เดียว เพื่อลดจำนวนครั้งที่ถูกเก็บค่าธรรมเนียม
แนวทางที่ 4: ลงทะเบียน IOSS (Import One-Stop Shop) ระบบ IOSS ช่วยให้ผู้ขายจัดการ VAT ล่วงหน้าและส่งสินค้าผ่านด่านแรกที่เข้า EU แทนที่จะต้องผ่านพิธีการศุลกากรในประเทศปลายทาง
UK กำลังเดินตามรอย EU แต่ช้ากว่า — เกณฑ์ปัจจุบันของ UK อยู่ที่ £135 และรัฐบาลประกาศว่าจะยกเลิกเกณฑ์นี้ภายใน มีนาคม 2572 อย่างช้าที่สุด
ขณะนี้ UK กำลังอยู่ในกระบวนการ Consultation เพื่อออกแบบระบบใหม่สำหรับสินค้านำเข้ามูลค่าต่ำ ผู้ขายที่มีตลาดทั้ง EU และ UK ควรวางแผนรับมือพร้อมกันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
De Minimis EU คืออะไร และยกเลิกเมื่อไหร่?
De Minimis EU คือการยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้ามูลค่าต่ำกว่า €150 ที่ใช้มาหลายปี กำหนดยกเลิกอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียม €3 ต่อ HS Code แทน
ผู้ขายไทยที่ขายสินค้าไปยุโรปต้องทำอะไรบ้าง?
ต้องคำนวณ Total Landed Cost ใหม่โดยรวมค่าธรรมเนียม €3-5 ต่อรายการ พิจารณาลงทะเบียน IOSS เพื่อจัดการ VAT ล่วงหน้า และอาจพิจารณาย้ายสต็อกบางส่วนเข้าโกดังใน EU เพื่อลดต้นทุนระยะยาว
ค่าธรรมเนียม €3 และ €2 คิดแบบไหน?
ทั้งสองรายการคิดแยก ต่อ HS Code ที่ไม่ซ้ำกันในออเดอร์นั้น ไม่ใช่ต่อออเดอร์ ดังนั้นออเดอร์ที่มีสินค้า 5 ประเภทต่างกัน (5 HS Code) จะถูกเก็บค่าธรรมเนียมสูงสุดถึง €25 ต่อออเดอร์
ระบบ EU Customs Data Hub คืออะไร?
เป็นระบบดิจิทัลกลางของ EU ที่จะใช้แทนระบบชั่วคราว กำหนดเปิดใช้งานในปี 2571 โดยจะลดหมวดหมู่ภาษีนำเข้าจากหลายพันรายการเหลือเพียง 4 หมวดหลัก ทำให้ขั้นตอนศุลกากรง่ายและโปร่งใสขึ้น
การยกเลิก De Minimis €150 ของ EU ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนกฎเล็กๆ น้อยๆ — นี่คือการปรับโครงสร้างพื้นฐานของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ
สำหรับผู้ขายที่พึ่งพาการส่งสินค้าชิ้นเล็กราคาต่ำเข้า EU โดยตรง เวลาในการปรับตัวมีเหลือน้อยมาก ก่อน 1 กรกฎาคม 2569 ตรวจสอบโมเดลต้นทุนของคุณใหม่ วางแผนโลจิสติกส์ล่วงหน้า และพิจารณาโซลูชั่นที่เหมาะกับขนาดธุรกิจของคุณ แบรนด์ที่เตรียมตัวก่อนจะได้เปรียบ ส่วนแบรนด์ที่รอดูสถานการณ์อาจพบว่าตัวเองตามหลังคู่แข่งไปแล้ว
ซึ่งทาง CONNEX มีตัวช่วยในการคำนวณภาษีก่อนส่งออกสำหรับผู้ขายที่ส่งไปต่างประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/CONNEXbyFastShip